25 สิงหาคม 2562 เปิดสถิติไฟป่าแอมะซอน วิกฤตหนักแค่ไหน ?

ที่มา: https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_2830477
ไฟป่าหลายพันจุดที่โหมไหม้ผืนป่าแอมะซอนในประเทศบราซิล เป็นไฟป่าที่มีความรุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 10 ปี และทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ราว 3 ล้านสายพันธุ์ และชนพื้นเมืองอีกนับล้านคนตกอยู่ในความเสี่ยง รัฐทางตอนเหนือของประเทศบราซิล ได้แก่ โรไรมา อาเกร รอนโดเนีย และแอมะซอนาส ได้รับความเสียหายจากไฟป่ารุนแรงที่สุด ขณะที่สถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมป่าแอมะซอนระบุว่า เขตเทศบาลนคร 10 แห่งในประเทศบราซิลที่พบการตัดไม้ทำลายป่าอย่างต่อเนื่อง เป็นพื้นที่ที่เกิดไฟป่ามากที่สุด สถาบันวิจัยด้านอวกาศแห่งชาติบราซิล (ไอเอ็นพีอี) เปิดเผยว่าข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นว่าปริมาณการเกิดไฟป่าในแอมะซอนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 85 ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ไอเอ็นพีอีระบุว่าระหว่างเดือน ม.ค.- ส.ค. ปีนี้ เกิดไฟป่าในป่าแอมะซอนมากกว่า 75,000 จุด ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2013 ขณะที่ปีที่แล้วมีไฟป่าเกิดขึ้น 40,000 จุด ไฟป่าที่ป่าแอมะซอนเกิดขึ้นเป็นปกติในช่วงฤดูแล้งตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ค. – ต.ค. โดยมีสาเหตุที่เกิดจากทั้งธรรมชาติ เช่น ฟ้าผ่า แต่การถางป่าของเกษตรกรเพื่อการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ก็มีส่วนทำให้เกิดไฟป่าด้วย บรรดานักอนุรักษ์โจมตีประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ของประเทศบราซิลที่สนับสนุนให้มีการทำไม้ และถางป่าเพื่อทำการเกษตรซึ่งเป็นต้นเหตุให้เกิดไฟป่า สร้างความไม่พอใจให้ประธานาธิบดีโบลโซนาโรที่ออกมากล่าวหากลุ่มนักอนุรักษ์ว่าเป็นฝ่ายที่จุดไฟเผาป่าเพื่อทำลายภาพลักษณ์ของรัฐบาล ต่อมาประธานาธิบดีโบลโซนาโรซึ่งมีประวัติว่าเป็นผู้ที่ไม่เชื่อเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้ยอมรับว่ารัฐบาลมีทรัพยากรไม่เพียงพอในการใช้ดับไฟป่า บริเวณที่เสียหายรุนแรงที่สุดอยู่ทางตอนเหนือของประเทศบราซิลได้แก่ พื้นที่ป่าในรัฐโรไรมา อาเกร รอนโดเนีย และแอมะซอนา ซึ่งพบว่ามีไฟป่ามากกว่าค่าเฉลี่ยการเกิดไฟป่าในแต่ละปีในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา (2015-2018) ล่าสุดรัฐแอมะซอนาได้ประกาศภาวะฉุกเฉินจากเหตุไฟป่าแล้ว ไฟป่าทำให้เกิดกลุ่มควันขนาดมหึมาปกคลุมไปทั่วแอมะซอน สถาบันเฝ้าระวังชั้นบรรยากาศโคเปอร์นิคัส (Cams) องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรประบุว่า กลุ่มควันไฟได้ลอยไปไกลถึงชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก และปกคลุมเมืองเซาเปาโลที่อยู่ห่างออกไป 3,200 กม. จนทำให้ท้องฟ้ามืดมิด ไฟป่ายังปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณมากราว 228 เมกะตันสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงที่สุดตั้งแต่ปี 2010 นอกจากนี้ก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ซึ่งเป็นก๊าซที่เกิดจากการเผาไหม้ไม้และจะมีปริมาณมากเมื่อออกซิเจนไม่เพียงพอต่อการสันดาป ที่ลุ่มแอมะซอนเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ 3 ล้านสายพันธุ์ และชนพื้นเมืองราว 1 ล้านคน มีความสำคัญต่อการลดภาวะโลกร้อน เนื่องจากป่าผืนนี้เป็นแหล่งดูซับก๊าซคาร์บอนหลายล้านตันต่อปี แต่เมื่อต้นไม้และป่าถูกตัดหรือเผาไปแล้ว คาร์บอนที่ต้นไม้เหล่านี้กักเก็บเอาไว้ก็จะถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศ ขณะที่ความสามารถในการดูดคาร์บอนของป่าฝนเขตร้อนแห่งนี้ก็ลดลงด้วย แผนที่ด้านล่างนี้แสดงถึงความรุนแรงของมลพิษจากก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ที่อยู่ในระดับสูงที่ปกคลุมทั่วทั้งพื้นที่ชายฝั่งอเมริกาใต้ ขณะที่จำนวนจุดเกิดไฟป่าในประเทศบราซิลปีนี้พุ่งแตะอันดับสูงสุดในรอบเกือบสิบปี แต่สถิติชี้ว่าทั้งประเทศบราซิลและประเทศในแถบแอมะซอน เคยเผชิญกับไฟป่าในระดับที่รุนแรงกว่านี้มาแล้วในอดีต จากการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากดาวเทียมขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (นาซา) เมื่อสัปดาห์ที่แล้วชี้ให้เห็นว่า จำนวนไฟป่าทั่วแอมะซอนที่เกิดขึ้นในปีนี้มีจำนวนใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยการเกิดไฟป่าในรอบ 15 ปี กล่าวเฉพาะในประเทศบราซิล ปริมาณการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2 equivalent) ในปีนี้สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา แต่ก็ยังน้อยกว่าปริมาณการปล่อยในช่วงปี 2004-2007 ประเทศอื่น ๆ ในแถบที่ลุ่มแอมะซอนซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 7.4 ล้าน ตร.กม. ก็เผชิญกับไฟป่าเช่นกัน รองจากประเทศบราซิล คือ ประเทศเวเนซูเอลา เกิดไฟป่า 26,000 จุด ตามด้วยประเทศโบลิเวียซึ่งเกิดไฟป่า 17,000 จุด รัฐบาลโบลิเวียส่งเครื่องบินบรรทุกน้ำโปรยน้ำดับไฟป่าในพื้นที่ทางตะวันออกของประเทศ นอกจากนี้ยังได้ส่งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการฉุกเฉินเข้าไปในพื้นที่ไฟป่าและเตรียมพื้นที่เพื่อให้สัตว์ป่าหลบภัย